ผู้เขียนขับรถไปบนถนนสายนคร-นบพิตำ จากสามแยกบ้านตาลตรงมาถึงสี่แยกอำเภอพรหมคีรี เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนวิริยานุศาสตร์ สองข้างทางสังเกตเห็นต้นมังคุดเต็มสวน ต้นหมากเป็นแนวรั้วบ้าน ผ่านมาไม่ไกลจากปากทางนัก ข้างหน้ามีป้อมตำรวจและมีทางแยกซ้าย ขับรถเลี้ยวซ้ายขับตรงไปเรื่อยๆ ข้ามสะพานเล็กๆ ในหมู่บ้านแล้วเลี้ยวซ้ายอีกอีกครั้งก็ถึงที่ทำการกลุ่มนโมบาติก พบกับหนุ่มนักสานฝัน นพดล แดงสว่าง ผู้สร้างตำนานบาติกบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี (นครศรีธรรมราช) หลังจากนพดลตัดสินใจลาออกจากการรับราชการที่เมืองเหนือ ก็เดินทางกลับนครศรีธรรมราช พร้อมกับหอบประสบการณ์การทำธุรกิจบาติกที่เมืองเหนือ มาเริ่มต้นบุกเบิก ณ ชุมชนของตนเองด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำประโยชน์เพื่อชุมชน จึงดำเนินการให้เกิดการบริหารจัดการกลุ่มนโมบาติกเป็นศูนย์การศึกษาผ้าบาติกให้แก่เยาวชนในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง นพดลร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์เขาขุนพนมจัดอบรมเยาวชนภายใต้หัวข้อ “วาดผ้าด้วยเทียน เรียนวิทยาศาสตร์จากงานศิลปะ” แต่ละเดือนจะมีเยาวชนจากโรงเรียนในจังหวัดต่างๆ มาเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการรอบละประมาณ 30 คนเป็นประจำ และทุกคนจะได้รับความอิ่มเอมประทับใจกับผลงานผ้าเช็ดหน้าสวยๆ จากฝีมือของตนเองคนละผืนกลับไปเป็นที่ระลึก สีสันจากสีเคมีฉูดฉาดเร่าร้อนโดนใจวัยรุ่น การประชาสัมพันธ์ปากต่อปากทำให้ฐานการเรียนรู้การทำผ้าบาติกกับ “อานพ” ได้รับการเลือกให้เป็นหนึ่งรายการในเมนูเด็ดในการเข้าอบรมกับศูนย์วิทยาศาสตร์อยู่เสมอ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญงานบาติกโลดแล่นในชุมชน และให้บริการต่างถิ่น ต่างชุมชนปีแล้วปีเล่า กระทั่งได้รับการยอมรับในสายวิชาชีพอย่างกว้างขวาง
นพดล แดงสว่างเริ่มดำเนินการกลุ่มนโมบาติกเมื่อวันที่ 1 เมษายน ปี พ.ศ. 2542 เป็นธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทผ้าแพรพรรณลายบาติก ก่อตั้งด้วยเงินทุนครั้งแรกสองแสนกว่าบาท ดำเนินการในรูปแบบอุตสาหกรรมในครัวเรือน เครือญาติและเพื่อนๆ อันประกอบไปด้วยทีมนักออกแบบลวดลาย เขียนลายเทียนบนผืนผ้า ทีมระบายสี เครือข่ายซัก รีด และตัดเย็บแปรรูป เครือข่ายผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มทั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช เกาะสมุย และภูเก็ต การบริหารกลุ่มจะแบ่งงานกันทำตามความถนัด ค่าจ้างจ่ายเป็นรายชิ้น จ่ายทุกๆ สัปดาห์หรือทุกสองสัปดาห์ เมื่อกลางปี พ.ศ. 2548 ผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกของกลุ่มได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชม และได้รับรางวัล OTOP 4 ดาว นพดลหนุ่มอารมณ์ดีกับวัย 39 ปีทำธุรกิจผ้าบาติกด้วยปรัชญา “ลูกค้าเป็นบุคคลสำคัญที่สุด” วิถีที่บ่งบอกว่าเขาได้ดำเนินตามปรัชญานี้ก็คือ ผลงานทุกชิ้นที่ออกสู่ตลาดต้องมีคุณภาพ ผลิตสินค้าตามที่ลูกค้าเสนอมาและส่งมอบสินค้าตรงเวลา พัฒนาลวดลายใหม่ๆ เสมอ การแปรรูปเน้นความประณีต นอกจากความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์แล้วกำไรก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอด ดังนั้น นพดลและทีมตลาดจะวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า เพื่อเสนอต่อฝ่ายผลิตให้สามารถผลิตได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริงด้วย
บนเส้นทางการบริหารธุรกิจแบบเครือญาติไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่หนุ่มคนนี้ก็มิได้ย่อท้อที่จะขยายธุรกิจผ้าบาติกต่อไป เกือบขวบปีที่ผ่านมานพดลได้ร่วมงานกับผศ.ดร.เสาวนิตย์ กาญจนรัตน์ และผศ.ดร.นวลฉวี แสงชัย ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครฯ ซึ่งได้วิจัยพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกสีธรรมชาติ และบัดนี้ความสำเร็จแห่งความเพียรพยายามในการทดลองใช้สีที่สกัดขึ้นเองจากใบมังคุดซึ่งได้สีส้ม และสีที่สกัดได้จากผลหมากซึ่งได้สีน้ำตาลไหม้ได้ถูกนำมาละเลงลีลาสีเอริ์ท โทน (Earth Tone) บนผืนผ้าหลายชนิดอย่างผ้าไหมฟูยี ผ้าสาลู ผ้าป่านมัสลิน ออกผลงานมาอวดโฉมบนเวที OTOP แล้ว และจะออกสู่ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเร็วๆ นี้ เด็กและเยาวชน รวมทั้งกลุ่มแม่บ้านในหมู่บ้านเขาขุนพนมจำนวนหนึ่งรู้จักคัดเลือกเก็บใบมังคุดในสวนของตน และเก็บผลหมากซึ่งปลูกไว้รอบเป็นแนวรั้วบ้าน นำมาใช้สกัดสีเป็นสีย้อมเย็นระบายแทนสีบาติกเคมี ประโยชน์จากประเด็นนี้มุ่งไปที่ผลผลิตจากพืชในสวนได้นำมาใช้ในอีกรูปแบบหนึ่ง และหากเราจะใช้ต่อไปอีกยาวนานก็ต้องช่วยกันดูแลและรักษาต้นไม้เหล่านี้ไว้ สำนึกรักและหวงแหนต้นไม้ในท้องถิ่นและความสามัคคีในชุมชนก็เกิดขึ้น การวาดผ้าด้วยเทียนจะมีวิธีการและมีลีลาอย่างไร ติดตามอ่านได้ในฉบับหน้า (ติดต่อคุณนพดลได้ที่ 089 5028462)
ผู้สร้างตำนานบาติกบ้านเกาะ พรหมคีรี (ตอนที่ 2)
วันนี้กลุ่มนโมบาติกเขาขุนพนมมีทั้งผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกจากสีเคมีและผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกจากสีธรรมชาติ บาติกสีธรรมชาติจะทำร่วมกันกับชาวบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี นครศรีธรรมราช วาดเส้นสายลงบนผ้าหลากชนิด เช่น ผ้าดิบ ผ้าสาลู ผ้าไหมฟูยี ผ้ามัสลิน ผ้าใยกันชง เป็นต้น วัสดุอุปกรณ์การทำต่างกันตรงการเตรียมสีเคมีและสีธรรมชาติเท่านั้น ส่วนวัสดุอุปกรณ์อื่นๆ ใช้เหมือนกันทั้งหมด อาทิเช่น กรอบไม้สี่เหลี่ยมขนาดต่างๆ เทียนผสมขี้ผึ้งใช้เป็นตัวกั้นสี หม้อใส่เทียนและขี้ผึ้ง เตาไฟฟ้าหรือเตาแก๊สเป็นเชื้อเพลิงหลอมเทียน จันติ้งหรือปากกาเขียนเทียนใช้ตักเทียนและเขียนสายลายเทียนบนผ้า ผ้าขี้ริ้วสำหรับรองก้นจันติ้งเช็ดเทียนไม่ให้หยดเลอะ พู่กันหรือแปรงทาสีสำหรับระบายสีในลวดลายที่วาดเส้นเทียนไว้แล้ว โซเดียมซิลิเกตสำหรับเคลือบสีกันสีตก ทำให้สีติดแน่นทนนาน กะละมังซักผ้า และกระทะใช้ต้มเทียนออกจากผ้าหลังจากทำงานเสร็จ
วิธีทำผ้าบาติกสีเคมี สีบาติกมีลักษณะเป็นผงต้องใช้น้ำอุ่นผสมลงไป ถ้าใส่น้ำน้อยสีจะเข้ม ถ้าใส่น้ำผสมลงไปมากจะได้สีอ่อน คนสีให้ละลายก็สามารถนำมาใช้ได้แล้ว เมื่อขึงผ้าบนกรอบไม้แล้วผู้เขียนได้เห็นผู้ออกแบบวาดลายเทียนบนผืนผ้าเลย และจัดวางจังหวะได้อย่างลงตัวฝีมือจัดเจนดีทีเดียว วาดลายเสร็จเราก็สามารถเลือกลงสีสารพัดสีได้ตามต้องการ เมื่อสีบนผ้าแห้งสนิทแล้วก็ดึงผ้าออกจากกรอบไม้นำมาขยำกับโซเดียมซิลิเกตหมักไว้หนึ่งคืน ตื่นเช้ามาก็นำผ้ามาซักน้ำเปล่า แล้วนำลงต้มในกระทะเพื่อหลอมเอาเทียนออก ซักล้างให้สะอาดอีกครั้งก่อนนำส่งช่างรีดผ้า และนำไปแปรรูปต่อไป
การทำผ้าบาติกสีธรรมชาติ สีเด่นเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มนโมบาติกคือ สีส้มจากใบมังคุด และสีน้ำตาลไหม้จากผลหมาก ซึ่งได้ผ่านกระบวนการต้มเคี่ยวกระทั่งได้น้ำสีที่เข้มข้นแล้ว กรองเอาพืชให้สีออกจากกระทะ กรองอีกหลายครั้งกระทั่งมั่นใจว่าสีที่ได้สะอาดดีแล้วก็นำมาระบายลงบนผืนผ้าได้เลย ประโยชน์ของสีสกัดจากธรรมชาติที่สกัดขึ้นใช้เองเป็นการประหยัดต้นทุนการผลิต เพราะสีเคมีราคาค่อนข้างแพง ถึงแม้ว่าการสกัดสีต้องใช้เวลาเป็นวันก็คุ้มค่าที่ได้นำสีมา เพราะเก็บรักษาง่ายเพียงบรรจุใส่แกลลอนสะอาดก็ยืดอายุการใช้งานได้นานเป็นปี ในกระบวนการเคลือบโซเดียมซิลิเกตก็ไม่สิ้นเปลืองมากอย่างการเคลือบสีบาติกเคมี เราต้องผสมน้ำให้มากขึ้นเพื่อลดความเข้มข้นของสารเคลือบลง นับว่าเป็นการประหยัดสารเคลือบได้มาก ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มนโมบาติก ได้แก่ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าพันคอ เสื้อ ผ้าพันชายหาด กระเป๋า เป็นต้น
การออกแบบและการระบายสี การระบายสีใล่ค่าน้ำหนักอ่อนแก่มีข้อจำกัดทำได้ไม่ดีเท่าสีเคมี การออกแบบลวดลายเต็มทั้งผืนหรือวาดลายเฉพาะชายผ้าขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อะไร การทำผ้าบาติกสีธรรมชาติเหมาะกับการวาดลายดอกใหญ่ เส้นเทียนใหญ่ๆ ใช้วิธีระบายสีด้วยพู่กันอันใหญ่หรือใช้แปรงทาสีจุ่มสีแล้วระบายลงไป นอกจากใช้การระบายแล้วก็ยังใช้วิธีการเทสี โดยยกกรอบไม้ให้เอียง 45 องศา แล้วเทสีจากใบมังคุดไปเป็นช่วง ๆ ทิ้งไว้ให้พอแห้งหมาด ๆ ก็เทสีหมากลงไปให้สีทั้งสองซึมซับเข้าหากันเอง วิธีนี้จะได้สีเข้มขึ้นและสีจะติดแน่นขึ้นอีกด้วย
นพดล แดงสว่าง เผยว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะชอบงานสีธรรมชาติมาก หากเราขายที่มาของผลิตภัณฑ์ด้วยก็จะเป็นอีกแนวทางทำรายได้อีกแนวทางหนึ่ง นอกจากผลิตภัณฑ์จะเป็นผู้แสดงตัวเองแล้ว ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อย่างแผ่นพับที่บ่งบอกเรื่องราวที่มาของสีสกัดจากธรรมชาติในหมู่บ้าน ก็จะเป็นจุดขายที่สำคัญของกลุ่มนโมบาติก รวมทั้งผู้ขายจะต้องสามารถอธิบายเรื่องราวเหล่านี้ได้ด้วย ธุรกิจหัตถศิลป์วันนี้มิได้อาศัยเพียงฝีมือเชิงศิลป์เท่านั้น แต่หากยังต้องใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจเข้าร่วมด้วย จึงจะอยู่รอดได้ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างบ้านเรา

